TALK

คุณวาดรูปเพื่ออะไร?

posted on 30 Oct 2009 09:08 by inugichan  in TALK

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันรู้สึก

หลายต่อหลายครั้งที่ฉันถาม

หลายต่อหลายครั้ง ที่ฉันไม่อาจพบกับคำตอนนั้นได้

 

 

ในวงการหลายๆวงการที่เกี่ยวกับการศิลปการวาดภาพ รวมทั้งการ์ตูน

ฉันจะมีโอกาสได้ไปกับเขาบ้างมั้ยนะ?

 

ทั้งที่อีกใจ ใต้จิตสำนึกลึกๆ ฉันเองก็รู้อยู่แล้วว่าถ้าเป็นฉันในตอนนี้ ก็ยังคงไปไม่ถึงไหนหรอก

 

ฉันก็รู้ ว่าถ้ามีคนซักสิบคนที่ฝันเหมือนกัน และประสบความสำเร็จเพียงแค่คนเดียวก็เป็นเรื่องน่ายินดีแล้ว  เพราะนั้นหมายความว่า มันยากมากที่จะประสบผล 

 

ทุกอย่างมันเริ่มจากความชอบ ความสุข และความสนุกแท้ๆ

แต่ก็อดหาคำตอบไม่ได้ว่า งานของตนมันแย่ขนาดที่คนไม่ให้การยอมรับเลยหรือ

หรือมันคงจะเหมือนป็อปอาร์ต ที่มาเร็วไปไวหรือเปล่า

 

หลายครั้ง ฉันก็ถามตัวเอง ว่า"ฉันจะวาดไปทำไมกัน"

ยามที่ได้ถามแบบนั้น ทุกครั้ง ทุกครั้งจะรู้สึกว่า "นั้นสิ มันทั้งเสียเวลา และไม่มีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันเลย ไม่ใช่หรือ?"

ครั้งหนึ่ง ฉันเคยถามพ่อออกไปอย่างลอยๆ

พ่อตอบกลับมาสั้นๆ

"แล้วมึงสนุกหรือเปล่าหละ"

 

ใช่ ฉันตอบ ฉันสนุก และมีความสุขที่ได้ทำ

"แค่นั้น ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ" เสียงนั้นกล่าว

 

จริง ฉันมีความสุขที่จะได้ทำ แต่ฉัน ก็กลับมีความปรารถนาที่จะให้คนอื่นรับรู้ความรู้สึกแบบนั้นบ้าง

ความรู้สึกยินดีที่ได้เห็นงาน แม้ไม่ได้สวยอะไรนักหนา เสร็จออกมา

 

ฉัน ชอบเห็นคนอื่นๆมองดูอย่างสนุกสนาน

และได้รับความรู้สึกเดียวกับเวลาที่ฉันเริ่มต้นวาด จนจบ

 

แต่ฉันก็เจอกับอีกคำถามหนึ่งที่น่าเ็จ็บปวดกว่า

"งานแก ดูเหมือนแกไม่ได้เป็นคนวาด มันขาดเอกลักษณ์" ผู้เป็นเพื่อนกล่าว

ฉันเข้าใจ รูปของฉัน หลายๆรูปถ้าเอามาเรียงต่อกัน จะดูไม่รู้ว่าคนคนเดียวกันวาด

มันดูราวกับว่าเลียนแบบแบบวางทาบกันมาจากคนอื่นๆเลยทีเดียว

ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ารูปของฉันไปเหมือนของใครบ้าง

ฉัน ยังคงรู้สึกว่า รูปวาดของฉัน เพียงแค่เปลี่ยนรูปร่าง และรูปทรงเท่านั้น

ความเป็น"เส้น"ของฉันยังคงเดิม ยังคงเว้นที่จุดเดิม ยังคงตวัดที่จุดเดิมเสมอๆ

ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ฉันแก้ไม่ได้เลย แม้จะวาดรูปทรงให้เปลี่ยนไปเท่าไหร่ก็ตาม

 

ตอนฉันถูกเพื่อนทักแบบนั้น ฉันคิดอยู่นาน

ฉันขาดเอกลักษณ์สินะ

นานพอดูกว่าที่ฉันรู้สึกตัวขึ้นมา

ใช่ นั้นอาจเป็นเพราะฉันเคยปรารถนาที่จะมีลายเส้นของภาพมากกว่าหนึ่งแบบ

แต่จริงๆแล้ว เส้นของฉันไม่เคยเปลี่ยนเลย

รูปร่างและรูปทรงตะหากที่เปลี่ยน

แต่ันั้นก็ยังไม่สามารถแสดงเอกลักษณ์ของฉันออกมาได้

 

 

ฉันรู้ว่า สิ่งที่กล่าวมานี้สำคัญ

แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คือการสนุกไปกับสิ่งที่ตนเองได้ลงมือทำด้วยตนเองตั้งแต่ต้น จนจบไม่ใช่หรือ?

ฉันหันกลับมา นั่งวาดเล่นไปวันๆอีกครั้ง

 

ไม่สวย ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเราสนุก

ไม่มีเอกลักษณ์ ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเราเป็นสุข

ไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเราชอบ

 

เพียงอย่างเดียว ที่ตอนนี้นึกออก

คืออย่าหยุด

อย่าหยุดที่จะพัฒนาฝีมือของเรา

 

ไม่มีหรอก งานที่ไม่ได้เลียนแบบใครเลย

ไม่มีหรอก งานที่ไม่ได้เลียนแบบอะไรในโลกนี้เลย

เพียงแต่เราต้องคิดว่าเราจะเลียนแบบสิ่งเหล่านั้น ในแบบของเราได้ยังไงตะหาก

 

ฉันยังคงขีดเส้นแต่ละเส้นไปเรื่อยๆ ตามที่ใจของฉันโหยหาต่อไป

ก็นั้นเป็นตัวของตัวฉันที่สุดแล้วนี่นา

My way...

私は意味もなく、ただ厳しい坂道を上っているかも知れない・・・

 

หวังว่าบทความนี้จะให้ความรู้สึกดีๆ แก่ใครๆหลายๆคนที่เคยรู้สึก หรือกำลังรู้สึกแบบเรา บ้างนะคะ ^^

สวัสดีคร่า

อิอิ ไปเที่ยวมาทั้งที จะไม่อัพก็กระไรอยู่ 

แอ่วเหนือปีนี้ไปเร็วกว่าทุกปี ตั้งแต่วันที่21-23เลยหละค่ะ

เช้ามาก็ตื่นมาตั้งแต่ตีสี่ โน้นนี่นั้นกันจน7โมง ถึงได้ออกเดินทางของจริง

วันแรกเราเริ่มจากการเดินทางไปลำปางค่ะ ไปถึงลำปางก็เกือบๆบ่ายสาม รถไม่ติด ดีจริงๆ

ท้องฟ้าสวยงาม หาดูในกรุงฯบ่ได้(เพราะตึกมานบัง)

แล้วเราก็ไปยังเป้าหมายแรก นั้นคือ อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน ค่ะ

(ค่าเข้า ผู้ใหญ่20 เด็ก10(??) และรถ30 บาท)

ไปดูน้ำตกแจ้ซ้อนกัน

ตอนแรกก็สวยดีอยู่หรอก พอฝนตกเข้าหน่อยก็แรงขึ้นจนน่ากลัว

ไหลเชี่ยวมาก ชีวิตไม่ปลอดภัย ชิ่งเตอะ!

ก็เลยเดินไปทางฝั่งน้ำพุร้อนที่ร้อนถึง82องศา ใช้เวลา12นาทีสำหรับการต้มไข่...

มีน้ำร้อนให้แช่ด้วย แต่เสียตังค์นะจ๊ะ แบ่งเป็นห้องๆ แต่ครอบครัวจขบ.มะได้แช่ ไม่ได้เอาผ้าเช็ดตัวมา = =

 และด้วยความที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ จขบ.และคณะ ก็หลบเข้าที่พักตามระเบียบ

(ได้ใช้เน็ตไวเลสฟรีด้วย เจ้าของใจดีคอตตตต)

เช้าวันต่อมา ตื่นมาทำโน้นนี่กันเสร็จตอน9โมง(ช่างเป็นการเดินทางที่ชิวๆมากเลยนะงานเนี้ย)

ก็ต้องออกไปหาอะไรกิน และเราก็เลือกไปกินที่่แถวสถานีรถไฟลำปางค่ะ

ไปกินก๋วยจั๊บแถวนั้น เพราะพี่ที่ที่พักเขาแนะมา ของเขาเส้นเหนียวนุ่ม แต่ต้องปรุงกันเล็กน้อยเพราะจขบ.กินแบบแซบ!

 

แล้วเหล่าคณะของเราก็พากันขึ้นดอยอินทนนท์ (แน่นอนว่าต้องเสียค่าผ่านประตู)

แล้วก็แวะเข้าไปสักการะ พระธาตุนภพลภูมิสิริ และพระธาตุนภเมทินีดล (ค่าเข้าผู้ใหญ่หัวละ40บาทนะคะ)

 พระธาตุนภพลภูมิสิริ

พระธาตุนภเมทินีดล

 

(สองรูปนี้ผิดพลาดกระการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ... จขบ.จำไม่ได้T^T)

เหมือนหมอกเลยเนอะ แต่ที่จริงมันคือไอน้ำค่ะ ก็มันยังชื่นๆอยู่เลยนี่นา

แต่ก็เย็นๆดีค่ะ ยิ่งตอนฝนลงปอยๆนี่ หนาวเลย

สามารถเข้าชมภายในได้นะคะ แต่ไม่ได้เอารูปมาลง ของจริงสวยกว่าเป็นไหนๆ

และทางขึ้นมีลิฟล์บริการด้วยค่ะ(ขาลงเดินบันไดเอานะคะ)

อยากบอกว่า ที่นั้น ดอกไฮเดรนเยีย สวยงามมาก และที่สำคัญใหญ่ไม่น่าเชื่อ ลองนึกถึงลูกวอลเล่ย์สิคะ ไซส์ใกล้ๆกันเลย =[]=

 

แล้วเราก็ขับรถขึ้นไปยังยอดดอยอินทนนท์แต่ก็ต้องพบว่าไม่สามารถเอารถเข้าไปได้เนื่องจากถนนส่วนหนึ่งทรุดตัว จึงต้องจอดรถไกลออกไป และใช้ทักษะการเดินไปตามทางถนนกว่า300เมตร

เดินๆไป เราก็มาเจอกับป้ายนี้ค่ะ

 กร๊ากกกกก มาถึงแล้วสินะ โยวๆ .... ยังมีทางเดินขึ้นไปอีกนี่นา = =

เดินขึ้นมาอีกหน่อย เราก็จะพบกับสถานที่นี้

ที่เก็บอัฐิของเจ้าเมืองเชียงใหม่องค์ที่เจ็ดนั้นเอง เหตุเพราะ ท่านชอบดอยอินทนนท์มาก และที่ท่านให้มาเก็บไว้ที่นี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไปนั้นเอง....

(เป็นผู้ที่มองการไกลดีจัง แอบชื่นชม)

พอเราเดินไปทางด้านหลังสถานที่นี้

จะพบกับ

ว่ากันว่า ผู้ใดได้มาอธิษฐาน ณ ที่แห่งนี้จะประสบความสำเร็จค่ะ (คนท้องถิ่นเล่าให้ฟัง)

ว่าจุดนี้เป็นจุดสูงสุด เชื่อว่าเป็นจุดต่อระหว่างโลกและสวรรค์ ฉะนั้น คำขอของเราก็จะไปถึงเทวดา และส่งผลให้ดลบรรดาลให้เราสมหวังค่ะ 

(แต่จขบ.ก็ไม่ได้ขออะไร ได้มาก็ดีใจแล้วค่ะ)

อยากบอกว่า ณ ที่ตรงนี้ ยุงชุมมากๆ แนะให้เอายากันยุงไปด้วยนะคะ ยุงดุ กัดไม่มีปล่อยนะคะ เจ็บด้วย = =

ที่จริง อากาศเย็นๆนะคะ แต่เพราะต้องเดินมา แล้วเดินขึ้นเขาไปอีก เหงื่อก็เลยออก ไอ้ที่ทำท่าจะหนาวๆ ก็เลยร้อนไปซะงั้น (ตอนนั้น อุณหภูมิ18องศาค่ะ แต่มีลมด้วย เลยเย็นๆค่ะ)

เมื่อมาซื้อของฝากกันเรียบร้อย เราก็ไปยังที่ต่อไปกันค่ะ

นั้นคือ...

น้ำตกวชิรธารค่ะ ซื่งเป็นทางผ่านพอดี แวะเข้าไป(ต้องสังเกตุนิดนึง) ทางเล็กมากๆ รถคันเดียวก็คับทางซะแล้ว พอมาถึง ก็ต้องตื่นตาตื่นใจ เพราะน้ำตกที่นี่สวยมากๆเลยค่ะ

ไหลแรง กระเซนเป็นละอองเลยค่ะ แนะนำว่าหลังจากถ่ายภาพเสร็จ ให้หาอะไรทำความสะอาดเลนส์นะคะ กันเชื้อราขึ้นค่ะ (ยืนๆไปซักพัก เปียกจริงๆนะคะ)

อาจเป็นเพราะยังเป็นช่วงหน้าน้ำ น้ำเลยไหลแรงและสวยงาม ดูมีพลังมากเลยค่ะ(แน่นอนว่า ของจริงสวยกว่าในภาพอยู่แล้ว)

ละอองที่กระเซนมา ราวกับควันเลยหละค่ะ สวยจริงๆ

และที่จริงยังมีทางขึ้นไปอีกนะคะ แต่เหล่าคณะจขบ.ก็ขึ้นไปได้ระยะหนึ่ง ก็รู้สึกว่าสวยสู้ที่เห็นด้านหน้า(ภาพเมื่อซักครู่)ไม่ได้ จึงกลับลงมาค่ะ

ด้านล่างมีร้านกาแฟหอมกรุ่น รอให้บริการ ให้ได้นั่งจิบกาแฟท่ามกลางเสียงน้ำตก พร้อมกับเก็บภาพความประทับใจไว้ในความทรงจำอย่างสบายใจเฉิ่มเลยหละค่ะ

และแล้วเราก็กลับที่พักไปนอนกลิ่งลัลลาอย่างสบายอารมณ์

เช้าวันต่อมาก็เป็นวันกลับค่ะ 

ตอนแรกแวะไปที่ถ้ำน้ำผ่าผางามด้วยค่ะ แต่พื้นที่ที่จะเดินลงไปในถ้ำเป็นดินเลนลื่น ทั้งยังมืด และไม่มีไฟฉายอีกด้วย จึงต้องล้มเลิก แล้วเดินกลับกันอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นก็แวะตามทาง ซื้อของกินบ้าง ของฝากบ้าง ตามประสาคนเที่ยวเรื่อยเปื่อย จนมาถึงบ้าน เอาตอนเกือบๆสามทุ่มเลยค่ะ กลับมาก็นอนตาย สนุกมากๆ แต่ก็เหนื่อยเอาการอยู่เหมือนกันค่ะ ^^

ช่วงฤดูหนาวนี้ จะต้องสวยกว่ากันแน่นอนเลยหละค่ะ ใครมีโอกาศก็ขอแนะนำให้ไปเที่ยวชมกันดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าการเดินทางไปเรื่อย ก็สนุกไม่แพ้กันค่ะ

*******************************************************************

เข้าโหมด แปะภาพวาด

(หลายคนคงรอดูเมะกาเนะบวกมิมิอยู่นานแล้ว)

โชะ!!

 

บอกแล้วว่าภาพร่าง ภาพจริงขอเก็บไว้ก่อน เนื่องจากยังไม่รู้ว่า(อันนี้สารภาพ)วันฮาลาวีนมันวันที่เท่าไหร่ กะจะแปะใกล้ๆเสียหน่อย เลยลองเอาภาพร่างมาให้ดูเล่นๆค่ะ

ส่วนตัว รู้สึกเหมือนมันจะโชตะหน่อยๆ(หรือว่าแก่เกินไปแล้ว อันนี้ไม่แน่ใจ) หูแกะเขาแกะด้วย อิอิ จิ๊กไอเดียมาอีกที

รอติดตามภาพลงสีได้ในเอ็นทรี่หน้านะเจ้าค่ะ...(คาดว่า) แฮะๆ

 

ขอขอบคุณ

คุณwarableอร๊ายยย ผู้หญิงด้วยกัน ฟ้าผ่านะคะ

คุณคนหัวขี้เลื่อยฮะๆ ติดเชื้อค่ะ ติดเชื้อ

คุณไส้ติ่งก็แค่ในเอ็กทีนแหละคร่า ฮุๆ

คุณGanyarut !!รอตามอยู่นะเจ้าคะ

คุณpampy-zaขอบคุณมากคร่า ดูออกด้วยว่าเป็นไคโตะ ดีใจคร่า

คุณyooney มาเยือน~ แหม ก็เห็นวิ่งไล่ ก็ต้องลงเอยแบบนี้แหละคร่า ชุดเปลี่ยนเรื่อยๆตามอารมณ์ค่ะ ไม่แน่นอน(เคยยึดอยู่ชุดเดียวเหมือนกันค่ะ เลยเปลี่ยนๆบ้างค่ะ) วาดมาสคอตให้ก็ดีใจมากแล้วคร่า จริงๆนะคะ(ยังปลื้มไม่หาย)

คุณShenubaอันนี้เรียก เรื่องดีๆต้องแบ่งปันกันค่ะ แหม วิ่งตามมาติดๆ จะเหลืออะไร จริงมั้ยคะ คริคริ(... โอ๊ย หลังเดาะ)